ira logo
  • Home
  • Shop
  • Our Story
  • Stockists
ira logo
EN
TH

Back to all posts

PMS อาการเป็นยังไง ทริครับมือก่อนเป็นเมนส์

August 28, 2024

6 นาที

กว่า 80% ของคนที่มีเมนส์ และก่อนแต่ละรอบของประจำเดือน ถือได้ว่าเป็นช่วงที่หลาย ๆ คน
ต้องทรมานใจและกายไม่ใช่น้อย ที่จะต้องเจอกับอาการหงุดหงิด ขึ้น ๆ ลง ๆ เหวี่ยงวีนสารพัด Sensitive ร้องไห้ง่ายกับเรื่องเล็ก ๆ ใช้ชีวิตแบบปกติสุขไม่ได้ จนทำให้หลาย ๆ คนต้องตกอยู่กับวัน Bad day
ซึ่งอาการเหล่านี้ก็ไม่ใช่การคิดไปเอง เพราะมันมีชื่อเรียกในทางการแพทย์ว่า กลุ่มอาการ PMS หรือ Premenstrual Syndrome ที่มักเป็นในช่วงก่อนมีประจำเดือนประมาณ 5-11 วัน  ในบางคนอาจมีอาการไปถึงร่างกาย ที่จะรู้สึกไม่สบายตัวได้ด้วย ซึ่งนอกจาก จะส่งผลต่อตัวเองแล้ว ยังมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบตัวจากอาการเหวี่ยงวีนที่ควบคุมได้ยากอีกด้วย

PMS คืออะไร ทำไมต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

premenstrual-syndrome-pms_2

PMS ย่อมาจาก Premenstrual Syndrome คือกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะหายไปเองหลังจากมีประจำเดือนมาแล้ว ซึ่งอาการของ PMS นั้นแตกต่างกันไปใน
แต่ละบุคคล แต่ในช่วงที่มีอาการเรียกได้ว่ามีผลกระทบทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ทำให้ชีวิตประจำวัน
ของหลาย ๆ คนยุ่งยากขึ้น ลำบาก หรือในบางคนเมื่อควบคุมไม่ได้ก็จะทุกข์ทรมานใจมากพอสมควร
หลายคนอาจต้องนอนจมกองน้ำตา หรือผิดหวังกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ง่ายขึ้นในช่วงนั้น ทำให้เราต้อง
หันมาใส่ใจเป็นพิเศษในช่วงนี้ เพราะนอกจากผลที่เกิดกับตัวเองแล้ว ยังพาลไปกระทบความสัมพันธ์กับ
คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว คนรัก หรือความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ ซึ่งเหตุผลที่เราต้องมาใส่ใจอาการ PMS นอกจากจะเป็นเรื่องที่บางครั้งคนที่มีอาการไม่รู้ตัวถึงพฤติกรรม หรือควบคุมอารมณ์ได้ยากแล้ว ก็ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ด้วย ได้แก่

  • คุณภาพชีวิต เช่น การที่อารมณ์แปรปรวน มีอาการทางกาย อย่างการปวดท้องหรือปวดหัว อาจทำให้รู้สึก
    ไม่สบายตัว และส่งผลต่อชีวิตประจำวันในช่วงนั้น ประสิทธิภาพการเรียน หรือการทำงานอาจลดลงตามมา
  • ส่งผลต่อสุขภาพจิต เช่น ในบางจะมีอาการซึมเศร้า กังวล และเครียดที่เกิดจาก PMS จนอาจ
    นำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้นได้ในระยะยาว
  • บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคต่อมไทรอยด์ หรือภาวะมีบุตรยาก

PMS อาการที่พบได้เป็นยังไง

premenstrual-syndrome-pms_3

อาการของ PMS อาจแบ่งโดยทั่วไปได้ 3 แบบ คือ อาการทางด้านจิตใจ อาการทางกาย และพฤติกรรม ได้แก่

  1. อารมณ์แปรปรวน ซึ่งมีหลากหลายอารมณ์ด้วยกันที่ต้องรับมือ มาดูกันว่า อารมณ์แปรปรวนที่ว่ามีอะไรบ้าง
  • หงุดหงิดหรือโกรธง่าย : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดและโกรธง่าย หรือเศร้าในช่วงเวลาก่อนมีประจำเดือน
  • อารมณ์ซึมเศร้า : บางคนอาจรู้สึกเศร้า หมดกำลังใจ หรือรู้สึกไม่มีค่าในช่วง PMS
  • ความวิตกกังวล : อาการวิตกกังวล คิดมาก หรือความเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้เป็นเรื่องที่
    พบได้บ่อย
  1. อาการทางร่างกาย ก็เป็นอีกอาการที่มีร่วมกับอารมณ์ต่าง ๆ ได้แก่
  • ปวดท้องน้อย : การปวดหรือรู้สึกไม่สบายในบริเวณท้องน้อยเป็นอาการที่พบได้บ่อย
    ในช่วงก่อนมีประจำเดือน
  • ท้องอืด : การบวมท้องหรือรู้สึกแน่นในท้องสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากการเก็บน้ำ
    และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • ปวดศีรษะ : อาการปวดหัวหรือไมเกรนสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง PMS
  • เต้านมคัดตึง : รู้สึกเจ็บหรือคัดตึงบริเวณเต้านม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
  • อ่อนเพลีย : ความรู้สึกอ่อนเพลียหรือหมดแรงเป็นอาการที่พบได้บ่อยเช่นกัน 
  1. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จากอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง ขึ้น ๆ ลง ๆ ร่างกายมีอาการต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น 
  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น : บางคนอาจรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลหรือเกลือสูง
  • นอนไม่หลับหรือหลับยาก : ปัญหาการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ หรือตื่นขึ้นมากลางดึก สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง PMS

PMS รักษาได้หรือไม่?

โดยส่วนมากอาการของ PMS อาจไม่ต้องแก้ด้วยการรักษา เพราะสามารถบรรเทาและรับมือได้
แต่ในบางคนที่มีอาการเกี่ยวกับสภาพจิตใจที่รุนแรง และกินเวลานานขึ้น เช่น บางคนมีภาวะซึมเศร้า
ร่วมด้วย แม้ว่าจะผ่านช่วงที่มีประจำเดือนไปแล้ว หรือบางคนมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น ก็อาจจำเป็น
ต้องพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัย เช่น การซักประวัติหรือตรวจภายในเพิ่มเติม และสำหรับบางคนแพทย์อาจพิจารณาการรักษาเป็นยาคุมกำเนิด เพื่อปรับความสมดุลของฮอร์โมน หรือยาต้านเศร้าตามอาการ โดยขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์

วิธีการป้องกันหรือดูแลตนเอง เมื่อมีภาวะ PMS

การป้องกันและดูแลตนเองเมื่อมีภาวะ PMS (Premenstrual Syndrome) สามารถช่วยลด
ความรุนแรงของอาการและทำให้คุณรู้สึกสบายใจและตัวขึ้นได้ วิธีการป้องกันและดูแลตัวเองมีดังนี้

  1. ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน 
  • เน้นการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ที่ช่วยเรื่องการรักษาระดับพลังงานและสมดุลของฮอร์โมน ลดอาการหงุดหงิดและความเหนื่อยล้า
  • ลดการบริโภคเกลือ เพื่อช่วยลดอาการบวมท้องและการกักเก็บน้ำ
  • เลี่ยงอาหารหวานและน้ำตาลสูง จะช่วยลดความรู้สึกหิวระหว่างมื้อและลดอารมณ์แปรปรวน ปวดท้อง และสิวขึ้นได้
  • กินอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อย ๆ ตลอดทั้งวันจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและลดอาการหงุดหงิด
  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ ก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
    ลดความเครียด และปล่อยสารเอ็นดอร์ฟิน (endorphine) ที่ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น ลดอาการอ่อนเพลียและอารมณ์แปรปรวน
  2. การพักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ ทุกคนควรนอนหลับอย่างน้อย 6-9 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดอาการเหนื่อยล้าในช่วง PMS การสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายในห้องนอนจะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น
  3. จัดการความเครียด ซึ่งมีหลายวิธี โดยแต่ละคนอาจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง อย่างเช่น
    ฝึกการหายใจลึก ๆ ทำสมาธิ หรือฝึกโยคะ จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลในช่วง PMS ได้ นอกจากนี้การหาเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่คุณชอบก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เช่น
    ดูหนัง ซีรีส์เรื่องโปรด อ่านหนังสือ ฟังเพลงที่ชอบ พอดแคสต์รายการประจำ เป็นต้น
  4. เลี่ยงการบริโภคคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะสามารถเพิ่มอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ และ
    วิตกกังวลได้ 
  5. เสริมวิตามินและแร่ธาตุ จำพวก วิตามินบี6 แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินดี เป็นสารอาหาร
    ที่สามารถช่วยลดอาการ PMS เช่น ปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน และอาการบวม
    การรับประทานอาหารเสริมเหล่านี้สามารถช่วยได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้
  6. การเลือกใช้ผ้าอนามัยที่ผิวสัมผัสนุ่ม เช่น ผ้าอนามัย ira ที่นุ่มเบาสบายจิมิ เหมือนใส่ก้อนเมฆ
    เพราะทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใยไม้ไผ่  ใยข้าวโพด และเยื่อไม้ organic 100% แถมยังไม่ก่อให้เกิดการแพ้
    ทุกคนมั่นใจได้เลยว่าใส่ได้อย่างสบายตัว ไม่เพิ่มความหงุดหงิดต่อเนื่องจาก PMS แน่นอน
    เพราะไม่คัน หรือระคายเคือง รวมทั้งไม่มีสารเคมี หรือน้ำยาย้อมสี 
  7. บันทึกอาการ PMS แต่ละเดือน เพื่อให้เข้าใจลักษณะของอาการ และสามารถวางแผนในการรับมือได้ดียิ่งขึ้น หรือหากต้องไปพบแพทย์ ข้อมูลนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการพูดคุยกับคุณหมอได้
  8. ขอคำปรึกษาจากแพทย์ ในกรณีที่อาการ PMS รุนแรงและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก
    เช่น อารมณ์ซึมเศร้าจนไม่อยากทำอะไรเลย ความเครียดที่สูงมากจนนนไม่หลับ หรืออาการทางร่างกายที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยตนเอง
    ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมต่อไปได้


สามารถตรวจสอบแพ็กเกจที่คุ้มในได้ที่นี่

Join the movement.

Sign up to our mailing list

EN
TH
hello@iraconcept.com
© 2026 by Ira Concept Co. Ltd.,